บ้านเล็กๆโมเดิร์น

บ้านเล็กๆโมเดิร์น

บ้านเล็กๆโมเดิร์น ถ้าพูดถึงความโมเดิร์นล้ำสมัย ผู้คนจะต้องนึกถึงประเทศญี่ปุ่นที่เป็นเจ้าแห่งเทคโนโลยีมาเป็นอันดับต้น ๆ แต่ขณะที่การพัฒนาของประเทศก้าวไปเรื่อย ๆ เรากลับพบว่าอารมณ์บ้านของญี่ปุ่นกลับดูสวนทาง เพราะบ้านยุคใหม่จะเน้นดึงความเป็นธรรมชาติให้เข้าสู่บ้านได้มากที่สุด ความน้อย ที่ทำให้การอยู่อาศัยสบายและผ่อนคลาย บ้านบางหลังก็ดูมินิมอลเสียจนรู้สึกว่าจะมากกว่านี้อีกสักนิดก็ยังได้นะ ตัวอย่างบ้านอีกหนึ่งหลังที่มีความเป็นมินิมอลจนกระทั่งไม่มีผนังกั้นห้อง! หน้าตาบ้าน และภายในจะเป็นอย่างไรต้องตามไปชมกัน บ้านราคาล้านต้นๆ

บ้านเล็กๆโมเดิร์น

บ้านในโอซาก้าหลังนี้ เป็นบ้านไม้ 2 ชั้นที่สร้างขึ้นบนพื้นที่ ของตึกแถวที่มีหน้าแคบและมีความลึกยาว นักออกแบบจึงพยายามสร้างความโปร่งและเบา เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกถึงความกว้างและเป็นอิสระ จากด้านหน้าเราจะเห็นว่ามีช่องว่าง ช่องเปิดขนาดใหญ่ ทั้งชั้นบน และชั้นล่าง กำแพงสองด้าน ที่ถูกสร้างขึ้น ในแนวลึกยาว ทำหน้าที่แบ่งขอบเขต ออกจากบ้าน ข้างๆ และมี “กำแพงโยเซกิ” หรือผนังไม้ที่มีความสูงตั้งแต่ชั้นแรกถึงชั้นบน ที่ถูกวางกระจายเป็นจังหวะทั้งข้างนอกและข้างใน

บ้านเล็กๆโมเดิร์น

“กำแพงโยเซกิ” เป็นผนังไม้ เฉือนที่ทำมาจาก ไม้ซีดาร์สี่เหลี่ยมจัตุรัส ขนาด 9 ซม. แล้วนะมาเพลาะเชื่อมกัน โดยช่างไม้ผู้ชำนาญในโรงงาน ของเขาเอง ไม่ใช่ไม้ลามิเนตแบบ ไขว้สำเร็จรูป ที่ขายตามร้าน จึงเชื่อมั่นได้ในความประณีตและแข็งแรง แผ่นไม้แนวตั้ง นี้ไม่ใช่แค่ทำหน้าที่เป็นฉากและเสา เท่านั้น ยังเป็นผนังกั้นห้องด้วย HOME

บ้านเล็กๆโมเดิร์น โปร่งสว่างด้านบน

เมื่อเข้าสู่ภายในตัวบ้าน จะรู้สึกเหมือน อยู่กลางแจ้ง นอกบ้าน เนื่องจากสถาปนิก ออกแบบ ให้กลางบ้านเป็นคอร์ทสูงสองชั้น ความต่อเนื่องของพื้นที่ และความสูง ของเพดาน ที่สามารถมองทะลุระหว่างชั้น และแสงแดดจากสกายไลท์ที่โปร่งสว่างด้านบน มันสร้างลำดับความหลากหลายและความรู้สึกของความลึก แถมยังปลูกต้นไม้ เอาไว้ในใจกลางบ้าน ยิ่งตอกย้ำภาพสวนนอกบ้านที่ถูกยกเข้ามาเก็บไว้ภายใน

ความเก๋อีกจุดหนึ่งที่คาดไม่ถึง ว่าจะมีคนกล้าทำจริง ๆ คือทุกห้องของบ้านนี้ไม่มีผนังห้องที่จะแบ่งสัดส่วนใช้งานเป็นกล่องสี่เหลี่ยม มีประตูหน้าต่าง เหมือนบ้าน หลังอื่น ๆ HOME ไม่เว้นแม้แต่ในห้องน้ำห้องส้วม ที่มีฉากไม้บังเหลื่อมป้องกันสายตา และมีราวผ้าม่านบังยามเข้าทำธุระเท่านั้น ถ้าเป็นเรา ก็คงจะมีอาการเขินอายหนาว ๆ ร้อน ๆ ตอนใช้งานกันบ้างแน่ๆ

บ้านเล็กๆโมเดิร์น

สำหรับการจัดแปลนบ้าน สถาปนิก ใช้การออกแบบบ้านเล่นระดับ ใส่แผ่นพื้นรองรับ แต่ละฟังก์ชันให้เหลื่อมกันเล็กน้อย เพื่อให้รู้สึกค่อย ๆ เปลี่ยนระดับขึ้นไป โดยไม่ใช้วิธีการเทพื้นเพดาน ปิดทึบทั้งหมดเพื่อแยกชั้นบนกับชั้นล่างออกจากกันเหมือนบ้านทั่วไป วิธีนี้จะทำให้ทุกพื้นที่ในบ้านสามารถมองเห็นกัน ลม และแสงก็เดินทางได้ดีด้วย

แต่ละฟังก์ชันที่วางอยู่บนแท่นไม้ จะมีบันไดเหล็กฉีกสีขาว และแท่งคอนกรีต ทำหน้าที่เชื่อมต่อ ให้ถึงกันได้แบบไม่ขาดตอน ในระหว่างห้องก็จะมีฉากไม้ติดตั้ง ในตำแหน่ง ที่เหลื่อมกัน เพื่อกั้น มุมมอง ให้ลับตามากขึ้น ไม่เว้นแม้แต่ในห้องอาบน้ำที่เปิดเผย รอบด้าน ให้ความรู้สึก เหมือนกำลังอาบน้ำกลางธรรมชาติ

สำหรับโครงสร้างอาคาร ที่ประกอบด้วยเหล็ก กระจก และไม้ ดูเบา โปร่ง นี้ นอกจากจะเสริม ความอบอุ่น สว่าง มีความอบอุ่นเป็นธรรมชาติ ให้กับบ้านแล้ว องค์ประกอบบ้าน ยังช่วยให้โครงสร้างบ้าน มีความยืดหยุ่น น้ำหนักเบา เพื่อให้สามารถรองรับเหตุการณ์ บ้าน แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นบ่อยในญี่ปุ่นได้ด้วย

Modern Minimal

มินิมอลก็คือน้อย น้อยก็คือไม่มาก ซึ่งเป็นหัวใจของบ้านแบบญี่ปุ่นยุคใหม่ที่หลาย ๆ คนรู้จักกันดี ความน้อยที่ว่านี้ส่วนใหญ่จะหนักไปตรงที่ดีไซน์เรียบ คม ง่าย ภายในไม่มีรายละเอียดของการตกแต่งมาก เฟอร์นิเจอร์ก็เป็นอีกสิ่งที่เรียกว่านับชิ้นได้ (จนบางครั้งก็อยากจะถามว่าน้อยไปไหม) แต่กลับมีบางอย่างที่ได้รับการอนุญาตให้มากได้ เช่น แสง สเปซ หรือต้นไม้ ที่ใส่ได้เต็มอัตรา บ้านหลังนี้ในญี่ปุ่นก็เช่นเดียวกัน

airhouse เป็นอาคารโมเดิร์นมินิมอล ในทาคาโอะ ประเทศญี่ปุ่น ที่เน้นรวมธรรมชาติ เข้ากับชีวิตประจำวันของผู้อยู่อาศัยในบ้านหลังนี้ ผ่านระเบียงภายนอกภายใน ตัวบ้านแม้จะดูธรรมดา ด้วยรูปลักษณ์ ทรงกล่องที่ห่อหุ้มพื้นที่ใช้งานสองชั้นเอาไว้ แต่ถูกออกแบบมา ให้ได้ตัวบ้านประโยชน์ จากวิวทิวเขา ทาคาโอะ และโอบรับแสงธรรมชาติ ต้นไม้ และความเขียวขจีได้ ที่เข้ามาด้านในผ่านเฉลียงด้านหน้า ที่มีหลังคากระจกและประตูกระจกบานเลื่อนสูงที่กำหนดขอบเขตกับด้านนอกอย่างหลวมๆ

สถาปนิกได้จัดการปล่อยให้แสงธรรมชาติ และความเขียวขจี เข้ามาภายในตัวบ้าน อย่างช้าๆ ผ่านการจัดลำดับของเฉลียงด้านหน้าที่โล่งเหมือนกรอบศาลาขนาดใหญ่สูงสองชั้น บนหลังคาใส่วัสดุ โปร่งใส ช่วยให้แดดส่องเข้ามาตรงลานที่ปลูกต้นไม้ท้องถิ่นญี่ปุ่นเป็นจุด ๆ Phuket Villas ทำให้มองดูเผิน ๆ พื้นที่ตรงนี้เป็นลานสวนกลางแจ้งเปิดออกสู่ท้องฟ้า (open spcae) ทั้งที่จริง ๆ แล้วยังคงอยู่ใต้ชายคาบ้าน

พื้นที่นั่งเล่นด้านในยาว 5 เมตร

ลานปลูกต้นไม้ไม่ได้มีเพียง เฉลียงหน้าบ้าน เท่านั้น แต่ยังมีอีกหลายจุดรวม 4 แห่ง อาทิ พื้นที่ถัดจากเฉลียงเข้ามาเป็นพื้นที่นั่งเล่นด้านในยาว 5 เมตร ที่มีช่องเปิด และประตู กระจก ทำให้ผู้อยู่อาศัยได้ สัมผัส ภูมิทัศน์ภายนอกโดยรอบได้ชัดแม้ว่าจะนั่งอยู่ข้างใน ก็ตาม ราวกับเก็บสวนกลางแจ้งมาไว้ในตัวบ้านแบบ Outside In, Inside Out ในเวลาเดียวกันการเปิดประตูบานเลื่อนที่สูงถึง 5 เมตร จะช่วยละลายขอบเขตระหว่างด้านนอกและด้านใน ปล่อยให้ลมผ่านอาคารได้อย่างอิสระ HOME IN PHUKET

เข้าสู่ตัวบ้านทุกองค์ประกอบ เน้นความเรียบง่าย เหมือนที่เห็น จากบ้านหน้า ด้วยการเลือกใช้วัสดุ ที่มีหลัก ๆ แค่ไม้ คอนกรีต และเหล็ก โทนสีธรรมชาติจากวัสดุและสีขาวทำให้สะอาดตาทั่วทั้งหลัง เจาะเพดานสูง 2 ชั้น แบบ Double volume ในโซนนั่งเล่นที่หุ้มด้วยไม้ เป็นการเชื่อมพื้นที่ใช้งานในแนวตั้งและทำให้รู้เหมือนเหมือนกำลังถูกโอบอุ้มโดยธรรมชาติ

บ้านแบ่งออกเป็นสองชั้น ชั้นล่างเป็นส่วน ที่มีความเคลื่อนไหวมาก และใช้งานส่วนรวม มีห้องนั่งเล่น พื้นที่ต้อนรับแขก ห้องทานข้าว จัดแปลนแบบ open plan ไม่มีผนังแบ่งพื้นที่ บ้าน ใช้งานเป็นห้อง ๆ เชื่อมต่อพื้นที่ในแนวนอน ส่วนชั้นสองจะเห็นไม่ชัดเจน เพราะห้องจะถูกเก็บไว้ตรงส่วนผนัง ที่คลุมด้วยไม้ สถาปนิกใช้วิธีเพิ่มโครงทางเดินเป็นชั้นลอยสีขาวพาดผ่านกลางบ้าน ซึ่งเดินขึ้นทางบันไดเหล็กสีขาว หน้าบ้าน เป็นตัวเชื่อม ใส่แผงกันตกกระจกใส ช่วยให้มองเห็นพื้นที่ระหว่างชั้นบน และชั้นล่าง ได้แบบไม่มีอุปสรรค

ความต่างของบ้านหลังนี้กับบ้านสองชั้นทั่วไปมีหลายอย่าง แต่สิ่งที่เห็นได้ชัดคือ การแบ่งพื้นที่ชั้น 2 ที่ดูเหมือนไม่แบ่ง ไม่มีพื้นเพดานที่ปิดทึบแยกชั้นหนึ่ง ออกจากชั้นสอง ทำให้ทุกชั้นดูกลายเป็นสเปซเดียวกัน การเดินทางของแสง การเดินทาง ของอากาศภายในบ้าน จึงทำได้ดีตามไปด้วย ความน่าสนุก ในบ้านยังมีอีกตรงที่แต่ละห้องที่ซ่อนบนผนังจะมีทางเดินนำทางไป เหมือนสะพานนำไปสู่หอคอยในบ้าน HOME

Outside In, Inside Out เป็นแนวคิดในการหลอม รวมขอบเขตระหว่าง ที่ว่างภายในอาคารกับภายนอกเข้าด้วยกันอย่างแนบสนิท คิดภาพตามง่าย ๆ เช่น แม้เราจะนั่งอยู่ในบ้านก็สามารถสัมผัสบรรยากาศสวนกลางแจ้ง หรือขณะที่เราเดินอยู่ในสวน ก็ยังรู้สึกเป็นส่วนตัวเหมือนอยู่ในบ้าน โดยที่ไม่ได้ก้าวออกจากบริเวณบ้าน แต่ใช้การจัดลานในบ้าน การใส่ skylight สร้างความโปร่งและช่วยดึงแสง ทำให้บ้าน สวน พื้นที่กลางแจ้งเหมือนเป็นพื้นที่เดียวกัน บ้านเหมือนอยู่ในสวน สวนเหมือนอยู่ในบ้านนั่นเอง